อีกเพียงแค่ไม่กี่เดือนก็ใกล้ถึงวันปลายปีที่มีวันหยุดติดต่อกันหลายวันกันแล้ว มีสถานที่เที่ยวให้ไปดูความงามของธรรมชาติกันหรือยังครับผม

ผมมั่นใจว่าหลายๆคนบางครั้งก็อาจจะยังมิได้คิดกันไว้เลยว่าวันหยุดยาวปลายปีนี้จะไปทำอะไรที่แหน่งใดอย่างไร เพราะเหตุว่ามั่วแต่ดำเนินการกันใช่ไหมล่ะ ซึ่งวันนี้ผมจะมาเสนอแนะสถานที่เที่ยวที่จะไปรับแสงอรุณวันแรกของการเข้าสู่ปีใหม่กันว่ามีที่แห่งใดบ้าง
ตามความเลื่อมใสของชาวไทยพวกเราที่โดยส่วนมาก 95% นั้นเชื่อในศาสนาพุทธ เชื่อการว่าการเริ่มต้นทำอะไรใหม่ๆรับแสงอรุณวันแรกของปีขาดอารมณ์ที่อารมณ์ดี ไม่ว่าจะเป็นการทำบุญทำทานต้อนรับปีใหม่ การที่พวกเรานั้นสวมเสื้อผ้าชุดใหม่ หรือเปลี่ยนกระเป๋าสตางค์ใหม่ เพื่อต้อนรับของใหม่ๆให้เข้ามาเพื่อเป็นปีที่ดีสำหรับชีวิต พวกนี้ล้วนเป็นความเชื่อแล้วก็ทุกคนก็กระทำตามกันมาอย่างยานาน ดังนั้นวันนี้ผมจะพานักท่องเที่ยวทุกท่าที่มีความเชื่อพวกนี้มาเปิดรับของใหม่ๆมันก็คือการต้อนรับแสงอรุณในวันแรกของปีกันครับ แต่ว่าจะมีที่แห่งใดบ้างพวกเราไปดูกันเลยขอรับ
1.ผาแต้ม จังหวัดอุบลราชธานี
กล่าวได้ว่าหน้าผาแต้มนั้น เป็นอุทยานแห่งชาติรวมทั้งเป็นสถานที่แรกที่พวกเราสามารถเห็นพระอาทิตย์ขึ้นที่แรกในประเทศไทยกันเลยล่ะดูพระอาทิตย์ แล้วก็เป็นสถานที่ยอดฮิตของนักเดินทางเหมือนกัน เนื่องด้วยรูปแบบของเขาหินแต้มนั้น เมื่อพวกเราไปนั่งที่รอบๆผาที่เป็นจุดชมวิวพวกเราจะมองเห็นทิวทัศน์วิวเทือกเขาลูกเล็กใหญ่สลับกันไปรวมทั้งจะมองเห็นดวงอาทิตย์ขึ้นบนยอดภูเข ส่องแสงลงมายังจุดที่พวกเรานั่ง แล้วก็มีมีแม่น้ำโขงให้พวกเรามองเห็นเมื่อมองดูลงไปจากผาแต้มรอบๆที่พวกเรานั่งอยู่อีกด้วย
2.ผานกแอ่น ภูกระดึง จังหวัดเลย
เป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมของนักเดินทางอยู่แล้วที่จะมาดูทะเลหมอกรวมทั้งแสงแรกของวันขึ้นปีใหม่ เหตุเพราะเป็นผาที่มีเอกลักษณ์ประจำตัวที่นักเดินทางทุกๆท่านจำเป็นต้องถูกใจไปนั่งดูทิวทัศน์ทัศนียภาพเพื่อดูแสงแรกของปี
3.ดอยเสมอดาว จังหวัดน่าน
ดอยเสมอดาวเป็นภูเขาขวัญใจของนักเดินทางที่ชอบด้านการนอนกางเต้นท์ดูดาวยามกลางคืน รวมทั้งดูทะเลหมอก กัลป์พระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้ามานานแสนนาน ไมว่าจะผ่านมากี่ปี มั่นใจว่าก็ควรมีนักเดินทางลุ่มเดิมๆคนเดิมๆเข้ามาพักตรงนี้อย่างแน่แท้ ด้วยเหตุว่าเป็นภูเขาที่มีความงดงามในยามค่ำคืน แล้วก็อากาศสดใสในตอนเช้า ก็เลยเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะมารับแสงอรุณแรกของปีตรงนี้
4.หยุนไหล จังหวัดแม่ฮ่องสอน
เพียงแต่ได้ยินชื่อนักเดินทางหลายๆคนบางทีก็อาจจะมึนๆเพราะว่านี่ใช่ภาไทยหรอ จริงแล้วคนภายในพื้นที่ในแม่ฮ่องสองเป็นชาวกระเหรี่ยงที่ย้ายถิ่นมาจากจีนในสมัยก่อน ก็เลยทำให้มีวัฒนธรรมแล้วก็ภาษาจีนหลงเหลือยู่นั่นเอง แล้วก็คำว่าหยุนไหลนี้ก็มีความหมายว่า สถานที่ที่เมฆในที่ต่างๆไหลมารวมตัวกัน ซึ่งบ่งบอกเอกลักษณ์ของตรงนี้อย่างดีเยี่ยม ทราบอย่างงี้ไม่สมควรแวะมาท่องเที่ยวที่หยุนไหลกันครับผม การเดินทางก็เป็นทางผ่านของทางที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวที่ อำเภอปายเองล่ะนะครับ

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.